วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2552

海に行こう~^^

.....ไปทะเลกันเหอะ...................
นี่คือคำแปลของภาษาญี่ปุ่นข้างบน...
อ่านเป็นภาษาคาราโอเกะได้ว่า....UMINI IKOU....

เพื่อน : ทำไมมึงถึงอยากไปทะเล
เรา : ทำไม..-*- ก็กูอยากไป
เพื่อน : แล้วมึงจะไปกะใคร
เรา : "___"เอ่อ..ก็กูโทรมาชวนเมิงเนี่ย..ให้กูไปกะหมาที่ไหนวะ
เพื่อน : อ๋อ...............................
เรา : เอ๊ะ..ไอ้นี่นี่ แล้วไงวะ อ๋อแล้วไมไม่พูด ไปป่ะเนี่ยเมิง
เพื่อน : วันไหนวะ ...ต้นเดือนกูไปไม่ได้นะเว้ย..งานยุ่ง
เรา : เออ...งั้นกูไปคนเดียวก็ได้...............................
เพื่อน : เมิงจะเปรี้ยวเกินไปละ..น้อยๆหน่อยเหอะ อันตราย
เรา : ไปกะเมิงก็อันตรายอยู่ดีอ่ะ......555
เพื่อน : ไม่ตลก....--*
เรา : เมิงก็ไม่ต้องขำเด่ะ.....55555เอิ๊กๆๆๆ
เพื่อน : เอาดีๆ..เมิงจะไปกะใคร ยังไง กูเป็นห่วง
เรา : .......................เดี๋ยวกูดูอีกที

เสียค่าโทรศัพท์ไปต้องหลายบาท กับการสนทนาที่หาสาระไม่ค่อยจะได้..-*-
เฮ้อ....จะไปเที่ยวทั้งทีทำไมมันลำบากอย่างงี๊ฟะ....
ทำไมต้อง " เป็นผู้หญิงมันอัตรายนะ " เออ ...อันนี้กูรู้เพราะมี...ก็เลยอันตราย
แล้วผู้ชายล่ะ? ไม่อันตรายเหรอ .... เออเด่ะ.... (อันนี้กูไม่เชื่อ)
(ถ้าไม่โดน......เมิงก็โดน.....ไม่ก็โดนปล้นบ้างล่ะว่ะ....
อะไร..จะให้ผู้หญิงอันตรายทุกสิ่งเลยเหรอ....ไม่ลำเอียงไปหน่อยเหรอพระเจ้า)

-________- โดนเพื่อนตบหัวไป1ที ข้อหา " เล่นถึงพระเจ้า "
แล้วถ้ากูเล่นพระเจ้าจอร์จเนี่ย...เมิงจะตบหัวกูมั้ย..."เออ...ไม่ว่ะ"
ทำไม " ไม่ " อ่ะ -*-
.........................กูไม่รู้ว่ะ..................เราเลยตบหัวมันไปที
" เมิงตบกูไมอ่ะ "
.............................
..................................
..........................................กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ -*-....

เออ......ตกลง กูไปกะเมิงนะ
ไมอ่ะ...ไหนบอกเมิงงานยุ่ง

....ก็กูห่วงเมิงไง.....

ขอบใจว่ะเพื่อน.........แต่....กูไม่ไปละ.....55555++++

-_________________-

ไมอ่ะ...กูก็ห่วงงานเมิงเหมือนกัน......


ถึงกูไม่ได้ไปวี๊ดวิ้วที่ทะเล
กูเสียใจก็จริงอ่ะนะ
แต่กูได้รู้...ว่าเมิงรักกู แล้วกูก็รักเมิง.......

ลป......ข้อความนี้อาจมีถ้อยคำไม่เหมาะสม
เด็กๆควรได้รับการดูแลจากผู้ใหญ่........

............ไว้ว่างๆๆๆๆๆ...หมายถึง เมิงว่าง+กูว่าง.................

海に行こうよ・・・・・・・・・・

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552

......ความคิด......

....เคยเบื่อ หรือว่าเซ็งมนุษย์รอบๆตัวเราหรือเปล่าอ่ะ
........................พี่น้องคร้าบ -*-......
ในเมื่อมันเริ่มมาขนาดนี้แล้วนี่นะ
เราก็ต่อมันอีกซะหน่อยก็ดีนะ.....

เรื่องมันมีอยู่ว่า...ทุกเช้าเราก็ตื่นไปทำงานตามปกติของเราน่ะนะ
ไปถึงที่ทำงานก็ประมาณอีก 15 นาที 8 โมงอะไรทำนองนั้น
ให้ตายสิ..จะต้องเจอยัยผู้หญิงคนนึงอ่ะ ที่ท่าทางรีบร้อน (เอี๊ยๆ)
วิ่งหัวกระเซิงแซงหน้าเราเข้าไปในลิฟต์ บางครั้ง..เหยียบทีนบ้างอะไรบ้าง
ก็หงุดหงิดกันไป..(เพราะไม่เคยจะด่าแกออกมาเป็นคำพูดเลยซักครั้ง)
แต่ที่ไม่ชอบเอาสุดๆนะ...ก็ตรงที่พอตัวเองเข้ามาได้แล้วก็พยายามจะปิดลิฟต์
ไม่ให้คนอื่นเข้า..หรือถ้าคนอื่นเข้ามาเยอะๆๆ...แล้วประมาณว่ากดชั้น
2
6
8
18
22 (ชั้นเราเอง ^^)
24
26 (ชั้นมัน-*-)

ผู้หญิงคนนั้นก็จะแสดงอาการที่..........สุดตีนอ่ะ
อาทิเช่นนะคะพี่น้อง
- หายใจออกมาแรงๆ
(ไม่ทราบว่าอะไรทับหน้าอกเหรอคะ หรือว่าจะสั่งน้ำมูก!!!!)
- ถ้าเจ๊แกยืนข้างหลัง แกก็จะยื่นมืออ้วนๆของแก ออกมา
รัวกดปุ่มปิดลิฟต์อย่างไม่คิดชีวิต
(แม่ง...มึงจะรีบไปไหนวะ กลัวไม่ทันตอกบัตรหรือไง
แล้วถ้าเป็นอย่างงั้น..ไมไม่มาให้มันเช้ากว่านี้ล่ะคร้าบ..
ถ้าลิฟต์ตกเพราะมึงล่ะก็....จะไปตบมึงในนรกแล้วจะไปสวรรค์!!!)
- ถ้าใครขวางที่กดลิฟต์แกก็จะ silly fools ขึ้นมาทันที (จิ๊จ๊ะ )
แล้วก็จะบอกว่า..ทำไมไม่ปิดลิฟต์ หรือไม่ก็ คนยังไม่ทันเดินออก
เจ๊แกก็จะรัวปุ่มปิดละ
......................................................................

เฮ้อ......ทำไมนะ
ชั้นต้องมาอารมณ์เสียเพราะเจ๊แกด้วย
เจ๊คะ.........แม่ไม่ว่าเหรอคะ ทำตัวแบบนี้อ่ะ
เจ๊คะ.........ไม่มีพ่อ แม่เหรอคะ...ถึงไม่มีใครสอนมารยาททางสังคม!!
เจ๊คะ.........ถ้าเจ๊ตื่นเช้ากว่านี้..เจ๊คงจะมาทันตอกบัตรนะคะ
แล้วก็หนูจะได้ไม่ต้องอารมณ์เสีย ในตอนเช้าอากาศใสๆอย่างงี๊อ่ะค่ะ
อย่างน้อย...หนูก็ไม่อยากจะเกลียดเจ๊เพื่มขึ้นอีกคนนึงหรอกนะคะ

ก็ได้แต่ใช้ความคิดด่าเจ๊แกอ่ะ.........
เฮ้อ......แล้วชั้นก็ออกจากลิฟต์มาด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวตามเคย

แก.......มาขโมยเช้าที่สดใสของชั้นไปทำไมกัน


แต่จริงๆแล้ว....แค่เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็จะเปลียน (เห็นเค้าฮิตพูดกันน่ะ-*-)

แต่.....กู ทำไม่ได้ว่ะ.......

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2552

奇跡:きせき

"เนี่ย ถ้าข้ามถนนตรงทางม้าลายนะ...
รถมันก็จะชนเอา..เนี่ยๆๆวันนั้นข้ามมานะ
โดนรถเก๋งชนเอาน่ะ ชนแล้วทำไง.......
เราก็เอาไม้ทุบรถมันนะ ทุบแล้วเราก้ไปติดคุกล่ะ
เนี่ย..ทีหลังอย่าข้ามทางม้าลายนะ ข้ามข้างๆทางม้าลายดีกว่า "

มันเป็นเรื่องเล่าของคุณลุงเก็บของเก่า...
....ที่เรา(บังเอิญ)ได้ผ่านไปได้ยิน.....
ตอนเที่ยงที่แสงแดดเจิดจ้า
ตอนที่หนุ่มสาวชาวออฟฟิศ ต่างแยกย้ายกันออกมาหา
ข้าวรับประทานกัน .... หลายคนเร่งรีบ
หลายคนหน้าบึ้งตึง.....ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวเช่นนี้
เรา..ก็เป็นหนึ่งในนั้นนะ.....

หากเพียงแต่เราได้เจอคุณลุงเข้าซะก่อน...
ทำไมน่ะเหรอ...ก็คุณลุง ทำให้หัวใจเราชุ่มชื่นน่ะสิ
..ทำให้ไอ้คิ้วที่ขมวดกันเพราะโดนคนในลิฟต์เหยียบเท้า
..ทำให้ไอ้มือที่เท้าเอวอยู่เพราะความร้อนเนี่ย
...มลายหายไปอย่างสิ้นเชิง....

คุณลุงเล่าไป มองหน้าเราไป ในขณะที่ใบหน้าแก
มีรอยยิ้มที่มุมปากเล็กๆเป็นระยะ........
---หนูอาจไม่รู้จักคุณลุงนะคะ....
---หนูอาจจะกลัวคุณลุงนะคะ...
แต่คุณลุงทำให้หนูมีความสุขมากค่ะ
ทำให้หนูยิ้มได้ตลอดเที่ยงเลย....

วันนี้คุณลุง คือ 奇跡(きせき)สิ่งมหัศจรรย์ของหนูค่ะ

บางครั้ง...สิ่งที่มหัศจรรย์ก็เกิดกับเราได้ โดยที่เราไม่รู้ตัว....
ไม่ว่าใครก็สามารถมีสิ่งมหัศจรรย์ได้...อยู่ที่เราจะทำให้มันเป็น
".....สิ่งมหัศจรรย์ของเราหรือเปล่า...ก็เท่านั้นเอง......."

おじいさんはあたしに幸せになってあげた。本当にありがとう・・・

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2552

楽しいスティッカーやで・・・

โฮะๆๆ...ขึ้นชื่อภาษาญี่ปุ่งอีกละ..
อย่าเพิ่งเบื่อกันนะพี่น้องค้าบ..ถือว่าฝึกภาษาก็แล้วกัน
楽しいスティッカーやで・・・
เนี่ย..มันแปลว่า.. " ร้านถ่ายสติกเกอร์ที่สนุก สุดยอด (เอ่อ..ไอ้สุดยอดเนี่ยเติมเองฮะ--) "

ทำไม..ถึงต้องเป็นร้านสติกเกอร์ ที่สนุกสุดยอด
ร้านหมูกะทะ..สนุกสุดยอดไม่ได้เหรอ....
" ได้เด่ะ--" จะร้านไหนก็หนุกได้ทั้งนั้นแหละ
แต่ที่มันต้องเอามาบอกกล่าวเล่า 12 กันเนี่ย (วันนี้มันวันที่ 12 อ่ะค่ะ แหะๆๆ)ก็เพราะว่า
มันเป็นร้านที่เราสามารถแต่งรูปได้เองแบบสุดๆไปเลย
แล้วมันก็ตื่นเต้นด้วยนะ..ตื่นเต้นตรงไหน
ก็ตรงที่มันจะมีเสียงน่ารักๆ ของสาวญี่ปุ่น เร่งให้เรากดเลือกรูปเป็นภาษาญี่ปุ่น (ไม่ต้องกลัวนะคะ สำหรับคนที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น พนักงานที่นี่ บริการดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสาวประเภทสอง ...)
ถ้าไม่เลือกให้ทัน กรอบน่ารักๆที่เราอยากได้ก็จะไม่ได้..เพราะตู้อัจฉริยะนี้มันจะเลือกให้เราเอง
..ไม่เท่านั้น มันยังเพิ่มความอัจฉริยะเข้าไปอีก..
ด้วยการนับ อิชิ - นิ- ซัง (1-2-3)ให้เราก่อนถ่าย แถมถ้าเราอยู่เลยกรอบมันก็จะบอกให้เราขยับเข้ามาได้อีก
แน้........เก่งว่ะ.......

เมื่อวานก็สนุกสนานกันไปกะน้องกะพี่ที่ทำงานเก่า หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนาน
จากที่แยกย้ายกันไปหางานใหม่.....

สำหรับคนที่สนใจ และชอบการถ่ายรูป
ถึงแม้ว่าถ่ายออกมาแล้วดูไม่ดี...ไอ้เจ้าเครื่องนี้มันสามารถ ทำให้เราดูดีได้ 98 % เลยทีเดียวนะ
ที่เด็ดก็ตรงที่ถ่ายเสร็จแล้ว..เราก็เอาปากกามาจิ้มๆๆๆๆๆแต่งๆๆๆๆๆภาพกันให้มันไปเลยนะ.....
ตู้ที่ว่ามันมีหลายที่อยู่ เดอะมอล์บางกะปิ ก็มี
โบนันซ่าก็มี...แต่ที่เด็ดสุด ก็ที่ สยามฮะ....

สนใจก็ไปกันได้นะฮะ......

วันนี้ไม่มีอะไร.......ก็แค่อยากเล่าให้ฟังง่ะ.....เอิ๊กๆๆๆๆๆ

วันนี้นายไม่อยู่.....เริงร่าอีกแล้ว..พันจัง.....

วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2552

Thai no Keisatsu kan--*

เหอๆๆ...เช้านี้กลับมาบ่นไปพิมไป กันแล้วนะคร้าบพี่น้อง
ที่ขึ้นหัวเรื่องซะภาษาปะกิต อ่านออกแนวยุ่นปี้นี่ ก็ไม่ใช่กระไร..
หากสงสัย..ก็จงอ่านต่อไป
อ่านแล้ว..ไม่กลัวติดคุกกันหรืออย่างไร (--*)
ถ้างั้นก็เชิญมาฟัง .. พิมไปบ่นไป...เอิ๊กๆๆๆ

เมื่อวาน..ออกมาจากห้องด้วยความหิวกระหาย ก็หวังว่าจะได้กินเอ็มเคบ้างอะไรบ้าง
ก็ว่ากันไป แล้วแต่เจ้ามือ....
ออกมาจากซอยหอพัก รถก็เลี้ยวซ้ายตรงไป เลี้ยวขวา คนขับก็หันมาถามว่า
" กลับบ้านก่อนมั้ย..ไปเอาตังที่แม่ก่อน....."
ไอ้เราด้วยความหิว + กับอยากรีบกลับมาดูละคร(*-*)ช่อง 7 สี ที่กะลังฮิตกันของคืนวันจันทร์ และอังคาร
ก็เลยตอบไปว่า " ...ไปกินเลยเหอะ..แล้วค่อยกลับมาเอาตังก็ได้ ..."

ทันใดนั้น..รถก็เลี้ยวซ้าย ปาดหน้ามอไซด์รับจ้าง แล้วเลี้ยวขวา ถึงโค้งตรงคาร์ฟูร์รัชดา
ขวามือเจอคุณตำรวจ 5 นาย กับรถมอไซด์อีก 3-4 คันเห็นจะได้..
จากนั้นคนขับก็พารถเลี้ยวซ้าย...ป๊าดดดด...เจอพ่อขวักมือเรียก..
คนขับก็จอดรถช้าๆ พยักหน้าให้เค เอส อาร์ อีก 2 คนที่โดนเรียกเหมือนกัน (ลป..เค เอส อาร์ คือยี่ห้อรถมอไซด์ น่ารักๆวิบากเล็ก..ซึ่งเรายุให้เจ้าของรถซื้อมา..เอิ๊กๆๆ )
ไป 2 ที แล้วพี่ตำรวจก็บอกคนขับของเรา อย่างหน้าตาเฉยว่า

" ขอดุสำเนาบัตรหน่อย..ก็ให้ไป.... "
" ไปเสียค่าปรับที่โรงพักนะ.......(--) เด๋วขับตาม 2 คันนี้ไป.................."
เอ่อ...พี่คะ...หนูผิดไรคะ
" ไปๆๆๆไปเสียค่าปรับที่โรงพัก หรือจะให้ยึดรถ ....เอ้า......"

พี่คะหนูผิดอะไรเหรอคะ
แค่บอกหนูเนี่ยจะตายมั้ยคะ
อยากได้เงิน..ทำไมไม่บอกคะ
อย่างน้อยหนูก็อยากรู้ว่าหนูผิดข้อหาอะไรนะคะ
แล้วเนี่ย 3 ทุ่มแล้วหนูยังไม่ได้กินข้าวเลยนะคะ
หิวมากเลยพี่ๆรู้กันบ้างมั้ยคะ
ตอนนี้ผู้ร้ายเต็มเมืองเลยนะคะ
พี่ๆมาจับมอไซด์ที่ไม่ได้ผิดอะไรทำไมคะ
เอาเวลาไปจับผู้ร้าย ช่วยชาติดีกว่ามั้ยคะ.....หรือยังไง???????

เป็นความคับแค้นใจ ระคนกับความข้องใจ ที่ต้องเสียตังโดยไม่รู้ว่าเสียไปทำไม
ระคนกับไม่ทันดูละครตอนสำคัญ

เมื่อวาน จากเอ็มเค....ก็เลยเป็น ก๋วยเตี๋ยวป๊อก ๆ รถเข็นข้างทางแทน
เยี่ยว!!! เอ้ย....เยี่ยม.......!!!!!!!

นี่แหละที่เค้าเรียกว่า " Thai no Keisatsu Kan " ยังไงล่ะฮะ.......-*-


บรรยายไทยโดย : หนูไม่รู้
คำแปล : Thai no = ประเทศไทย
Keisatsu = ตำรวย
Kan = ใช้เรียกสรรพนาม เป็นคนหรือว่าสถานที่ในที่นี้ ยกย่องให้เป็น " คุณ " ก็แล้วกัน


จบบริบุรณ์.....

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552

เธอ กะ ฉัน + ฉัน กะ เธอ = เรา

..โฮะๆๆๆ...เริ่มต้นมาด้วยบรรยกาศยามเช้ารอบตัวที่ชื่นมื่น
แต่...ชั้นนี่สิ...หัวใจมันห่อเหี่ยว ไร้เรี่ยวแรง เหมือนแมลงวันปีกเปียก (--*)
แล้วจะเอาอารมณ์ไหนมาเป็นอารมณ์ของการเริ่มต้น เปิดตัวบล็อกของหมู..เอ้ย..หนูน้อยผู้น่ารัก
กันล่ะเนี่ยยยยยย......

เอาเหอะ....(อา)รมณ์ไหนก็ช่าง....-*-

ที่ว่าด้วยเธอ กะ ฉัน + ฉัน กะ เธอ = เรา เนี่ย..ก็ไม่ใช่อะไรหรอก..
มันเป็นความรู้สึกของคนมีคู่น่ะ...เอิ๊กๆๆๆๆ....คนไม่มีคู่ไม่ต้องน้อยใจไปนะ...ไม่เป็นไร..โอ๋ๆๆๆ
(มันไม่ได้หมายความถึง คู่รักซะทีเดียวหรอกน่า...)

ที่ตั้งก็มาไม่มีอะไร...เพียงแค่อยากจะบอกว่า

..เธอ ก็คือเธอ
..ฉัน ก็คือฉัน
...แต่เราต่างก็เป็น " ซับเซท " ของกันและกัน...
เพราะฉะนั้น....

อย่าลืมคำว่า " เรา " ซะล่ะ...--*